“ ด้วยเชื่อมั่นว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถป้องกันได้ ”

โรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019

โรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019

วันนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ กำลังแข็งแกร่งขึ้น จำนวนการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางการจีนประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับสูงสุด

“ไวรัสโคโรนา” เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Corona Virus [CoV] ซึ่งไวรัสตัวนี้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS) ซึ่งเป็นโรคระบาดหนักใน 37 ประเทศทั่วโลก เมื่อปี 2002 – 2003 ที่ผ่านมานั่นเอง โดยปกติแล้ว Corona virus เป็นชื่อรวม ๆ ของสายพันธุ์ไวรัส ซึ่งจะคล้าย ๆ กับสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่อย่าง influenza ที่สามารถแบ่งออกได้หลากหลายสายพันธุ์ สำหรับโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พึ่งค้นพบนี้มีชื่อสายพันธุ์ว่า 2019nCoV (ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ใช่ชื่อเรียกของสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ) ด้านนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบตั้งข้อสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากไวรัสในค้างคาวที่กลายพันธุ์ โดยมีงูเป็นตัวกักเก็บและแพร่เชื้อ ทั้งนี้หากมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ออกมาเพิ่มเติม ในอนาคตเราคงได้ทราบรายละเอียดกันมากขึ้น

หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว จะเริ่มแสดงอาการออกมาใน 1 – 2 สัปดาห์ และด้วยการที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ อาการที่มักจะแสดงออกมาจึงมีลักษณะอาการคล้ายการเป็นโรคไข้หวัดคือ น้ำมูกไหล, ไอ, เจ็บคอ, ไข้สูง, ปวดหัว, ปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งอย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบอาการที่แสดงออกแน่ชัดของการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา ฉะนั้นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอับดับต้น ๆ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ภายในระยะเวลา 14 วัน หรือผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับมาจากเมืองที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ควรระมัดระวังและเช็คอาการกันสักนิด เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลตัวเองในเบื้องต้น

เหนือสิ่งอื่นใดการป้องกันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในอันดับต้น ๆ โดยวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ควรสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เพื่อการป้องกันการแพร่หรือรับเชื้อที่มากับละอองน้ำลายเวลาไอ จาม กินอาหารปรุงสุก, ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์, ไม่นำมือไปสัมผัสตา จมูก ปากหากไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด, หลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต, ไม่สัมผัสสัตว์ที่ป่วยหรือตาย, หลีกเลี่ยงการกินสัตว์แปลกๆ และรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ, ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่, พักผ่อนให้เพียงพอ และหากมีอาการไข้ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที

อ้างอิง : คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 20
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์