x

ดับกระหาย ชื่นใจ ด้วยเฉาก๊วยสุขภาพ

สรรพคุณของเฉาก๊วย ช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ หากดื่มเป็นประจำจะมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตสูง

 

เฉาก๊วยเป็นเมนูขนมหวานที่คนไทยรู้จักกันดี หากิน หาซื้อได้ง่าย และมีราคาถูก ปัจจุบันมีกระแสที่มาแรงคือเฉาก๊วยฟิวชั่น (คือเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมอาหาร) เกิดขึ้นหลายเมนูทีเดียว เช่น เฉาก๊วยนมสด เฉาก๊วยธัญพืช วุ้นเฉาก๊วย เป็นต้น แม้ว่าทุกคนจะรู้จักว่าเฉาก๊วยมีสรรพคุณ คือ คลายร้อนดับกระหาย แต่รู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของเฉาก๊วยมีมากกว่านั้น

 

เฉาก๊วย พืชชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกับใบสะระแหน่ ปลูกมาก พบได้มากในประเทศจีน จึงทำให้เฉาก๊วยมีแหล่งกำเนิดมาจากเมืองจีน ภาษาไทยเรียก"เฉาก๊วย"ตามภาษาจีนแต้จิ๋ว สรรพคุณที่เด่นๆ ของเฉาก๊วยคือเมื่อนำมาเคี่ยวและต้มกินจะช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ มีฤทธิ์เย็นช่วยทำให้ภายในร่างกายเย็นไปด้วย นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณเป็นยาช่วยขับเสมหะ ช่วยลดบรรเทาอาการไข้ และงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ พบว่าเฉาก๊วยอาจจะสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ หากว่านำเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้ว นำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยบรรเทาอาการความดันโลหิตสูง และสามารถควบคุมระดับน้ำตาล ซึ่งดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

 

 

เคล็ดลับเข้าครัวง่ายๆ วิธีการทำเฉาก๊วย

  1. นำหญ้าเฉาก๊วยแห้งมาล้างให้สะอาด ใส่น้ำให้ท่วม ใส่โซดาผง นำไปต้มด้วยไฟปานกลาง ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง จะได้น้ำเฉาก๊วยที่ดำ
  2. ปิดไฟ รอให้เย็น แล้วจึงนำมากรองเอากากออก สามารถนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มได้หรือถ้าอยากขึ้นรูปเป็นก้อนให้ทำตามลำดับต่อไป
  3. เติมแป้งท้าวยายม่อมหรือมันสำปะหลังลงไปเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เฉาก๊วยแข็งตัวเป็นก้อนมากขึ้น
  4. เมื่อขึ้นรูปแล้ว สามารถตักใส่ชามเติมน้ำตาล ใส่น้ำแข็งจะยิ่งชื่นใจมากขึ้น

 

คุณค่าทางโภชนาการของเฉาก๊วยในน้ำเชื่อม ปริมาณ 250 กรัม
พลังงาน 80-100 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด 20 กรัม
น้ำตาล 18 กรัม

*หากมีการเพิ่มนมสด เพิ่มน้ำตาล เพิ่มธัญพืช เพิ่มไอศกรีม พลังงานก็จะเพิ่มขึ้นด้วยนะจ้ะ

 

หมายเหตุ การเติมน้ำตาลเพื่อให้มีรสชาติหวานชื่นใจเพิ่มขึ้นนั้น ต้องคำนึงถึงปริมาณที่ไม่มากเกินไปด้วย

โดยน้ำสมุนไพร 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ไม่ควรเติมน้ำตาลเกิน 1-2 ช้อนชา และควรนึกถึงเสมอว่าคำแนะนำปริมาณการบริโภคน้ำตาลที่เหมาะสมคือไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน

 

 

เอกสารอ้างอิง

1. วิเชียร ตั้งธนานุวัฒน(2554) มหัศจรรย์สมุนไพรเครื่องยาจีนเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ : อนิเมทกรุ๊ป

2. วิทยา บุญวรพัฒน์ (2554) สารานุกรมสมุนไพรไทย-จีนที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพ : สมาคมศาสตร์การแพทย์แผนจีนในประเทศไทย

 

บทความยอดนิยม

SPONSORS