x

ดื่มกาแฟแล้วใจสั่น ต้องทำยังไง

การดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่สูงเกินกว่า 300 มิลลิกรัม ทำให้มีโอกาสเกิดอาการใจสั่นหรือเต้นเร็วกว่าปกติได้

 

      การดื่มกาแฟแล้วทำให้บางคนมีอาการใจสั่น คงเป็นผลข้างเคียงของสารชนิดหนึ่งในกาแฟที่เรียกว่า “คาเฟอีน (Caffeine)”นั่นเอง เนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้สมองตื่นตัว ร่างกายกระฉับกระเฉง และหาซื้อบริโภคได้ง่ายมากในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เครื่องดื่มชา กาแฟ โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลมสีดำ และชอคโกแลตแท่งชนิดเข้มข้น

 

             ดื่มคาเฟอีนแล้วส่งผลต่อร่างกายยังไงบ้าง? หากดื่มในระดับที่ร่างกายรับได้หรือตามที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำไว้ คือไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน (กาแฟ 1-3 แก้วต่อวัน) จะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามหากบริโภคในขนาดสูงเกินไป (300 มิลลิกรัมต่อวัน ขึ้นไป) อาจทำให้เกิดอาการมือสั่น กระวนกระวายใจ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ชีพจรเต้นผิดปกติ ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น และติดการบริโภคคาเฟอีนในระยะยาวได้

                  จากการทบทวนงานวิจัยของ Peter คณะ ในปี 2016 พบว่าการดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่สูงเกินกว่า 300 มิลลิกรัม ทำให้มีโอกาสเกิดอาการใจสั่นหรือเต้นเร็วกว่าปกติได้ อย่างไรก็ตามจะขึ้นอยู่กับความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนสนับสนุนว่าการบริโภคคาเฟอีนสามารถเพิ่มหรือลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้หรือไม่ ยังคงต้องทำการศึกษาต่อไป

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  • การดื่มคาเฟอีน  30-60 นาทีก่อนนอน จะทำให้เกิดอาการหลับยาก ตื่นบ่อย หลับไม่สนิท ตื่นเร็ว
  • ควรระวังการได้รับพลังงานน้ำตาลและไขมันจากครีมเทียมที่สูงเกินไปจากการดื่มชา/กาแฟสำเร็จรูปหรือสูตรเข้มข้น

 

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Peter  WF & Heather LB (2016) Caffeine Consumption and cardiovascular Risks: Little Cause for Concern, J Am Heart Assoc, Vol.5 p1-3
  2. Lane JD et al. (2002) Caffeine affects cardiovascular and neuroendocrine activation at work and home, Psychosomatic Medicine, Vil.64(4):595-603

บทความยอดนิยม

SPONSORS